Make your own free website on Tripod.com

 

เจิญจวนมาแวะผ่อกั๋น

ผู้จัดทำ

 

 

 

 

วัดพระธาตุลำปางหลวง



ยินดีจ๊าดนักที่มาแวะผ่อกั๋น

 

 


พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์

พญามังราย ( เม็งราย ) ประสูติเมื่อปีกุน พ . ศ . ๑๗๘๒ ครองเมืองเงินยางเชียงแสนแทนพญาลาวเม็ง พระราชบิดา เมื่อพ . ศ . ๑๘๐๒ ทรงพระปรีชาสามรถรวบรวมแคว้นและเมืองต่าง ๆ เข้าเป็นอาณาจักร ล้านนาไทยทรงตรากฎหมาย " มังรายศาสตร์ " ใช้ปกครองบ้านเมือง เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังราย สืบเชื้อสายครองเมืองเชียงใหม่ อาณาจักรล้านนาไทยต่อมาอีก ๑๗ พระองค์ สิ้นพระชนม์เมื่อ พ . ศ . ๑๘๕๔ รวมพระชนม์มายุได้ ๗๒ พรรษา

พญาร่วง ( พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ) พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยพระโอรสองค์ที่สามแห่ง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงพระบรม เดชานุภาพมาก เมื่อพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะ ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด พระเกียรติเกริกก้องไปทั่วทิศ ทรงแผ่อาณาจักรไปกว้างใหญ่ไพศาล ทรงประดิษฐ์อักษรไทย ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทรงครองราชย์ เมื่อประมาณ พ . ศ . ๑๘๒๒ สิ้นพระชนม์ราว พ . ศ . ๑๘๕๒

พญางำเมือง ประสูติเมื่อปีจอ พ . ศ . ๑๗๘๑ ปกครองเมืองพะเยาสืบต่อจากพญามิ่งเมืองพระราชบิดาเมื่อ พ . ศ . ๑๘๐๑ เมื่อทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาศิลปศาสตร์ร่วมสำนักอาจารย์เดียวกับ พญาร่วง จึงเป็นพระสหายสนิทแต่นั้นมา และทรงอานุภาพ เสมอเท่าเทียมกัน ในการบริหารปกครองบ้านเมืองทรงใช้วิเทโศบายผูกมิตรไมตรีกับอาณาจักร ใกล้เคียง บ้านเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา สิ้นพระชนม์เมื่อ พ . ศ . ๑๘๖๑ รวมพระชนม์มายุได้ ๘๐ พรรษา

กษัตริย์ทั้งสามพระองค์ได้ทรงกระทำสัตย์ปฏิญาณดื่มน้ำสัตยาผสมโลหิตจากน้ำพระหัตถ์เพื่อเป็น ทัฬหมิตร สนิทแนบแน่น ไม่เป็นศัตรูต่อกันภายภาคหน้า ณ ฝั่งแม่น้ำอิง พญามังรายเมื่อได้ทรงสร้างเมืองเชียงรายแล้ว ต่อมาได้ทรงสร้างเมืองฝาง ตีได้เมืองหริภุญไชยจากพญายี่บาและสร้างเวียงกุมกาม ภายหลังทรงพบชัยภูมิเมืองอันเป็น มงคลเป็นที่ราบ บริเวณ แม่น้ำปิงกับเขาดอยสุเทพ จึงได้เชิญ พระสหายคือ พญาร่วง และพญางำเมืองมาร่วมปรึกษา หารือและทรงเห็นชอบร่วมกันสร้างเมืองกว้าง ๙๐๐ วา ยาว ๑๐๐๐ วา ตั้งพิธีกลปบาตฝังนิมิตหลักเมือง วันพฤหัสบดี เพ็ญเดือน ๖ พ . ศ . ๑๘๓๙ จันทร์เสวยฤกษ์ ๑๖ ยามแตรจักใกล้รุ่ง ไว้ลัคนาเมืองในราศีมีน อาโปธาตุ สร้างเสร็จ ในปีเดียวกัน ขนานนามเมืองใหม่นี้ว่า " นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม

 

เว็ปที่น่าสนใจ

s

ภาษิตล้านนา


แมวบ่หื้อหน้า หมาบ่ยี่เขี้ยว
(แมวไม่ยั่ว หมาไม่แยกเขี้ยว)

หมาแม่บ่หื้อหน้า หมาพู้บ่แกว่งหาง
(หมาตัวเมียไม่ให้ท่า หมาตัวผู้ไม่แกว่งหางมาติดพัน)

ฅนใหย่แล้ว บ่ต้องมาสอน จี้หีดแมงชอน ใผสอนมันเต้น
(จิ้งหรีดแมงกระชอน ไม่มีใครสอนก็เต้นได้)

คำบ่มี ใผบ่ว่า บ่มีท่า ฅวายบ่ล
(ไม่มีฝอยหมาไม่ขี้)

ขี้นัก หมาบ่กิน
(ของที่เกินพอดี มักสูญเปล่า)

ร่อมหนูหนูไต่ ร่อมไหน่ไหน่เทียว
(ช่องทางของหนูหนูก็ไต่) (กระจิก) (-แต่ละคนย่อมมีทางของตน)

แมงบ้งยังบ่ตายกลั้นใบไม
(บุ้งยังไม่อดใบไม้ตาย- ผู้มีเพียรย่อมไม่อดตายเช่นกัน)

เสือตายเสือแทน แมงตายแมงสืบ
(แมง --> แมลง) (คนชั่วแม้ตายไปแล้วก็ย่อมมีคนชั่วรายใหม่มาแทนเสมอ)

คึ้มงึ้มดื่มใน น้ำบ่ไหลเชี่ยวพื้น
(ท่าทางเฉื่อยแต่ลึกซึ้ง น้ำนิ่งไหลลึก)